ค้นหาทั่วไป  
ค้นหาเฉพาะ เว็บนี้

 

 

 

 

 

 

 
ยินดีต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม.......เว็บไซค์ศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์...................                                                                                                                 ขอน้อบกราบบูชาพระพิฆเณศ พระศิวะ พระแม่อุมา พ่อแก่ และองค์มหาเทพทั้ง 108 พระองค์ ขอทรงประทานพร แด่ทุกท่านที่มาเยี่ยมเยือน............โอม ศานติ โอมศานติ โอมศานติ
 สวัสดี...วันนี้        << ยินดีต้อนรับทุกท่าน>>


 
 





  บูชาพระศิวะ

บูชาพระศิวะ เพื่อขอความก้าวหน้าสมหวัง และขอพลังวิเศษต่าง ๆที่ไม่ธรรมดา

     พระศิวะหรือพระอิศวรเป็นมหาเทพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตรีมูรติ หรือ 3 มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งสามโลก พระองค์ทรงเป็นเทพผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์และขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้แก่มวลมนุษย์

รูปเคารพ

     รูปเคารพของพระศิวะที่ปรากฏโดยทั่วไปจะแตกต่างกันออกไปเนื่องด้วยพระศิวะนั้นทรงมีหลายปางด้วยกันแต่รูปลักษณ์เป็นที่ปรากฏคุ้นตากันแพร่หลายนัก ทรงเป็นเทพที่มีพระวรกายสีดำ และมีเอกลักษณ์คือมีพระเนตรที่สามปรากฏอยู่ที่หน้าผากของพระองค์และที่เหนือพระเนตรที่สามมีรูปพระจันทร์เสี้ยวปรากฏ อยู่ ณ เหนือพระเนตรที่สามกลางหน้าผากพระศิวะมิได้เกล้าเกศาแล้วสวมมงกุฏหมดจดเรียบร้อยเหมือนมหาเทพองค์อื่น แต่ทว่าพระองค์ทรงปิ่นพระเกศาขึ้นไปเป็นชฏา โดยมีปิ่นรูปพระจันทร์เสี้ยวปักไว้ที่มุ่นพระเกศา
 

ในบางแห่งก็เป็นงูที่ขดพันแทนปิ่นร้อยรัดพระเกศาไว้พระศิวะนั้นสวมประคำเป็นรูปหัวกะโหลก และสร้อยสังวาลที่คล้องพระวรกายนั้นเป็นงูเครื่องฉลองพระองค์ของพระศิวะนั้นมิได้เป็นเครื่องทรงที่ประดับเพชรพลอยอัญมณีราวกับเครื่องฉลองพระองค์เช่นกษัตริย์ดังมหาเทพองค์อื่น พระศิวะทรงนุ่งห่มร้อยรัดไว้ด้วยหนังช้างบ้าง ในบางแห่งก็ปรากฏว่าทรงนุ่งห่มหนังเสือหรือหนังกวาง

แต่ที่ปรากฏว่าเป็นเอกลักษณ์ของพระศิวะที่สังเกตได้ทันทีนั่นคือพระศอ หรือคอที่มีสิดำขลับเลยที่เดียว

พาหนะประจำตัวพระศิวะคือโคเผือกที่มีชื่อว่า อุสุภราช หรือโคนนทิราช

โดยทั่วไปรูปเคารพจอปรากฏว่าพระศิวะจะมีรูปลักษณ์ คือ 1 พักตร์ 4 กร หรือ 4 พักตร์ 10 กร บ้าง แล้วแต่ว่าจะมีผู้สร้างสรรค์สร้างขึ้นเพื่อเป็นเอกลักษณ์ของปางใด

ช่วงเวลาในการบูชา

ชาวฮินดูโบราณในลัทธิไศวนิกายนิยมบวงสรวงบูชาพระศิวะโดยประกอบพิธีกรรมในช่วงขึ้น 7 ค่ำของเดือนอ้าย เป็นประจำทุก ๆ ปี โดยที่พิธีกรรมจะประกอบขึ้นในระยะ 10 วัน อันเป็นการรับเสด็จพระศิวะจากสวรรค์สู่โลกมนุษย์และส่งเสด็จกลับไปสรวงสรรค์ พิธีอันยิ่งใหญ่นี้คือพิธีตรียัปวายที่มีการโล้ชิงช้าถวายนั่นเอง

การประกอบพิธีกรรม

สำหรับการบวงสรวงบูชาพระศิวะเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว โดยที่จะประกอบพิธีกันเองโดยไม่ได้ประกอบพิธีอันยิ่งใหญ่ระดับหมู่บ้านหรือระดับเมืองนั้น ก็สามารถกระทำได้เป็นประจำทุก ๆ ปี ในช่วงต่าง ๆ ดังนี้

ช่วงเวลาใดก็ได้ที่เป็นคืนวันจันทร์ที่เป็นเวลาข้างขึ้นมิใช่ข้างแรม อันเรียกว่า นิตยศิวาราตรี

ในช่วงเดือนใดก็ได้แต่จะต้องเป็นคืนวันข้างแรม 15 ค่ำ อันเรียกว่า พิธีมาสศิวาราตรี

ในช่วงเดือนสามของทุก ๆ ปี โดยเฉพาะเจาะจงคืนแรม 14 ค่ำ เรียกว่า มาฆศิวาราตรี

ประกอบพิธีขึ้นในเดือนสามของทุก ๆ ปีโดยประกอบพิธีขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เรียกว่า มหาศิวาราตรี

ใน 4 ช่วงที่คุณสามารถทำพิธีบวงสรวงบูชาพระศิวะได้ตลอดปีในช่วงเวลาหนึงช่วงเวลาใดก็ได้ หรือจะประกอบทั้ง 4 ช่วงรวมแล้วเรียกว่า พิธีศิวาราตรี

เงื่อนไขของการประกอบพิธีกรรมบวงสรวงบูชาพระศิวะด้วย พิธีศิวาราตรีนี้จะมีข้อห้ามอยู่ 2 ข้อ คือ

  1. งดเว้นการหลับนอนคลอด 24 ชั่วโมง
  2. งดเว้นการกินอาหารและการดื่มน้ำตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

โดยในพิธีนี้จะต้องมีการสวดบูชาพระศิวะตลอดวันโดยไม่หลับนอนและไม่มีการดื่มกิน ใด ๆจนกระทั่งเมื่อครบ 24 ชั่วโมง จึงจะมีการกินอาหารกินได้ หรือพักผ่อนหลับนอนได้

นอกจากนี้อาจมีการผสมขี้วัวกับเครื่องหอมกำยานต่าง ๆ แล้วเผาไฟหลังจากประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ครบ 24 ชั่วโมง แล้ว จากนั้นก็จะนำเอาเถ้าของกำยานที่ปนกับขี้วัวนั้นมาประหรือเจิมที่ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ในบ้าน หรืออาจเจิมหน้าผากหรือเสื้อผ้าแพรพรรณต่าง ๆ เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

นอกจากจะมีพิธีศิวาราตรีที่จัดขึ้นเพื่อบวงสรวงบูชาพระศิวะแล้วนั้น ยังสามารถจะบวงสรวงบูชาพระองค์ได้ด้วยพิธีที่เป็นส่วนตัวสามารถปฏิบัติได้ง่าย ๆ ภายในครอบครัวด้วยการบูชาพระศิวลึงค์อันเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญยิ่งของพระศิวะ

การบูชาพระศิวลึงค์

ในเทวาลัยของชาวฮินดูที่นับถือลัทธิไศวนิกาย มักจะมีศิวลึงค์ตั้งประดิษฐานอยู่เกือบทุกจุดในเทวสถาน แต่ละแห่ง

การบูชาพระศิวะโดยบูชาสัญลักษณ์ของพระองค์ก็คือศิวลึงค์นี้ เชื่อกันว่าเมื่อบูชาแล้วพระศิวะจะพอพระทัยและจะประทานความสมบูรณ์ให้กับผู้ที่บวงสรวงบูชาศิวลึงค์อันเป็นสัญลักษณ์ของพระองค์

ผู้ที่ต้องการมีบุตรหรือผู้ที่ต้องการให้พืชผลออกดอกออกผลอุดมสมบูรณ์ หรือแม้แต่ผู้ที่ประกอบธุรกิจการค้าใด ๆ ก็สามารถที่จะมาบูชาขอพรได้ซึงโดยมากมักจะประสบความสำเร็จตามที่ขอพรเนื่องจากพระศิวะจะอำนวยพรตามที่มุ่งมาตปรารถนา เสมอ

ศิวลึงค์สัญลักษณ์ของพระศิวะยังหมายถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่และความอบอุ่น ถือว่าเป็นสิ่งที่ให้กำเนิดสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้

การบูชาศิวลึงค์นี้สามารถประกอบพิธีกรรมง่าย ๆ คือ การเตรียมวัตถุบูชารูปศิวลึงค์นี้ จะเป็นขนาดใดก็ตามแต่ที่คุณสะดวกจะหาได้

เครื่องบวงสรวง

ใบมะตูม หญ้าคา ข้าวตอก เมล็ดข้าว เมล็ดพืช

น้ำนมสด เครื่องหอมต่าง ๆ ดอกไม้สีแดง ดอกไม้สีเหลือง

มะพร้าวอ่อน ขนมหวาน อาหารคาว

ขี้วัวแห้ง ธูปเทียน พวงมาลัยดอกไม้หอม

การเตรียมเครื่องบวงสรวงบูชาต่าง ๆ

นั้นสามารถจัดเตรียมใส่ถาดหรือบนโต๊ะพิธีแล้วสวดสรรเสริญบูชาพระศิวะ จากนั้นจึงอธิฐานของพรต่าง ๆ ตามที่  ปรารถนาได้

ในการประกอบพิธีกรรมบูชาศิวลึงค์อย่างที่จัดกันเป็นพิธีใหญ่ภายในหมู่บ้านหรือในเมืองทางตอนใต้ ของอินเดียนั้น มีการจัดเป็นเทศกาลที่ค่อนข้างใหญ่ เพื่อประกอบพิธีการบวงสรวงบูชาพระศิวะโดยมีชาวบ้านชาวเมืองมาร่วมพิธีสวดสรรเสริญบูชาพระศิวะโดยพร้อมเพรียงกัน และมีการเตรียมเครื่องบวงสรวง บูชา เครื่องบัดพลีชุดใหญ่และวัตถุบูชาศิวลึงค์นั้นก็จัดเตรียมบูชาเป็นขนาดใหญ่เช่นเดียวกันในงานที่ประกอบพิธี

บรรดาชาวฮินดูที่นับถือลัทธิไศวนิกายนี้ก็จะมีการสวอสรรเสริญบูชา และโปรยข้าวตอกดอกไม้ ใบมะตูมต่าง ๆ ที่ศิวลึงค์

น้ำนมสดที่เตรียมบวงสรวงบูชาพระศิวะนั้น เมื่อสวดมนต์สรรเสริญเสร็จแล้ว ก็จะนำนมมาเทราดบนศิวลึงค์ตั้งแต่ยอดลงไปให้สื่อความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์

    นอกจากการนำน้ำนมมาเทราดบนศิวลึงค์แล้วยังจะมีการนำฝุ่นแดงมาแต้ม เจิม ลงบนยอดของศิวลึงค์อีกด้วย เพื่อให้สื่อความหมายถึงชีวิตใหม่ที่กำเนิดขึ้นมา


การขอพร

พระศิวะทรงโปรดผู้ที่เป็นคนสื่อสัตย์และถ่อมตน

ผู้ใดที่อยากให้พระศิวะประทานพรให้ตามที่คุณปรารถนา ควรจะกระทำความดี มีความซื่อตรง นอบน้อมถ่อมตนอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องกันเป็นเวลาแรมเดือน โดยไม่เผลอเกเรเหลวไหล ผู้นั้นจะได้รับพรวิเศษจากพระศิวะแน่นอน

พระศิวะทรงเป็นเทพผู้ประทานพรมีแต่ให้โปรดคนมีศีล มีธรรม แต่ถ้าใครได้พรจากพระองค์สมหวังแล้ว เริ่มกระทำตัวไม่ดี ก็จะได้รับภัยพิบัติและการทำลายล้างจากพระองค์

 

คาถาบูชา

โอม มะมัสสิวายะ

จำเป นะเตรา นะสีระกายายะ กัตตะปูระณะ

กาวะนะสี จะกายอ นะมัสสิ

วายะยายะ จะนะมัสสิ วายะยอ

กัตตุกรี คิกากัง คะมะติจัตติตายายะ

เสตาริฉัน จัตติตอยอ สะกุณชะละยายะ

มะนิกุณชะลายอ นะมัสสิวายายะ จะนะมัสสิวายา

อะระคัม สัมปุญญัม สีวิรุส

ตะไรยะเก กาเม จะมะเหยยะเต

 


    
    


     





     
 

                                                                                                                  

 

 

 

 
 
 
Copyright © 2001 by  Sartsaksit. com   ®All rights reserved
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร 2543-2544 
www.Sartsaksit.com
 
Contact me : webmaster@sartsaksit.com