ค้นหาทั่วไป  
ค้นหาเฉพาะ เว็บนี้

 

 

 

 

 

 

 
ยินดีต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม.......เว็บไซค์ศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์...................                                                                                                                 ขอน้อบกราบบูชาพระพิฆเณศ พระศิวะ พระแม่อุมา พ่อแก่ และองค์มหาเทพทั้ง 108 พระองค์ ขอทรงประทานพร แด่ทุกท่านที่มาเยี่ยมเยือน............โอม ศานติ โอมศานติ โอมศานติ
 สวัสดี...วันนี้        << ยินดีต้อนรับทุกท่าน>>


 
 





  บูชาพ่อแก่

พระฤาษีครูและเครื่องหมายแห่งความกตัญญูรู้คุณอาจารย์

    พ่อแก่ เป็นคำสามัญใช้ในวงการโขนละคร ความจริงคือพระฤาษีครูและหมายรวมถึงครูอาจารย์ทุกท่านในอดีตจนถึงปัจจุบันทักรู้จักและไม่รู้จักชื่อของท่านและเป็นเครื่องหมายแห่งความกตัญญูรู้คุณอาจารย์นาฏศิลปะในพิธีไหว้โขนละครจึงนิยมปั้นหุ่นรูปพระฤาษีครูเป็นประธานในพิธี

พระฤาษีเป็นนักบวชประเภทหนึ่งในศาสนาฮินดู อาศัยอยู่ในป่ามีชีวิตเรียบง่ายมุ่งทำจิตรภาวนาและสมาธิให้ใจสงบและเกิดประโยชน์ แต่มีภรรยาได้ในศาสนาฮินดูถือว่าพระศิวะมีรูปร่างหนึ่งเป็นพระฤาษีและครูที่ประสิทธิ์ประสาทนาฏศิลป

    มีร่างหนึ่งเป็นพระฤาษีมูลเหตุแห่งความเขื่อว่าพระศิวะเป็นครูนาฏศิลปะเพราะพระศิวะเป็นสูงสุดมีหน้าที่สร้างความสมดุลในธรรมชาติ บันดาลให้เกิดหรืดไม่เกิดความอุดมสมบูรณ์ ลมหายใจและการเคลื่อนไหวของพระศิวะเป็นลมหายใจแห่งธรรมชาติด้วยชาวฮินดูจึงให้ความเคารพนับถือ

รูปพระศิวะนาฏราช(พระศิวะ ราชาแห่งนาฏศิลป)ในวงการโขนละครยังนับถือพระพิราบยักษ์เป็นครูนาฏศิลป ด้วยโดยมีตำนานเล่าว่าพระพิราพ เป็นคนที่ท่าร่ายรำนาฏศิลปะขึ้น แล้วสอนมนุษย์ให้เรียนรู้

การใหว้ครูและครอบครู

การใหว้ครู และครอบครู เป็นการแสดงกตเวทีต่อบุพการี ครูบาอาจารย์ในพิธีการนั้น จะต้องจัดให้มีเครื่องสังเวย และครูผู้อ่านโองการตามแบบแผน ส่วนใหญ่จะเลือกกระทำพิธี ในวันพฤหัสบดี

"ประเพณีการไหว้ครูมีมาแต่โบราณ คนไทยเป็นคนที่มีกตัญญูอย่างแรงกล้า และได้รับการอบรมต่อๆกันมาให้เป็นผู้มีกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ การที่จะกระทำ กิจการใดๆ ก็ต้องได้รับคำแนะนำจากครู แม้แต่การเลียนแบบหรือลักจำเขามาก็ ต้องเคารพผู้ให้กำเนิด หรือประดิษฐ์สิ่งนั้น ในการศึกษาศิลปวิทยาการต่างๆ ต้องมีการไหว้ครูก่อนทั้งนั้น การไหว้ครูถือว่ามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในการเรียนศิลปการดนตรี และนาฏศิลป์ เป็นพิธีการที่ค่อนข้างยิ่งใหญ่ และมีพิธีรีตองมากกว่าการไหว้ครูทางหนังสือ

"พิธีไหว้ครูที่ปฏิบัติกันเคร่งครัด ได้แก่ พิธีไหว้ครูอาจารย์ทางดุริยางคศิลป์ และ นาฏศิลป์ ถือกันว่าเพลงหน้าพาทย์ ดนตรีบางเพลง และท่ารำบางท่า เป็นเพลง และท่ารำที่ศักดิ์สิทธิ์ ถ้ายังไม่ได้ทำพิธีไหว้ครู และพิธีครอบเสียก่อนแล้ว บรรดาครูอาจารย์ทั้งหลายก็ไม่กล้าสอนกล้าหัดให้ศิษย์ ด้วยเชื่อกันว่าจะเกิดผลร้ายแก่ครูผู้สอน และแก่ศิษย์เองด้วย ถ้าเกิดอุบัติเหตุใดๆขึ้นก็จะกล่าวกันว่า "ครูแรง" เหตุนี้โรงเรียนนาฏศิลปของกรมศิลปากรจึงได้กำหนดงานพิธีไหว้ครูและพิธีครอบขึ้นเป็นประจำปีละครั้งในวันพฤหัสบดี ซึ่งถือเป็นวันครูในตอนต้นภาคเรียนแรกแต่ละปีการศึกษา ทำนองเดียวกับโรงเรียนต่างๆ เพียงแต่มีพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์ และดุริยางคศิลป์เพิ่มจากไหว้ครูธรรมดา และมีพิธีครอบประกอบด้วย เพื่อครู ศิษย์ และนักเรียนจะได้เริ่มสอนเริ่มเรียนกันไปอย่างเรียบร้อย และสบายใจ"

ความเชื่อ

การจัดพิธีไหว้ครูนั้น มักนิยมจัดกันในวันพฤหัสบดี ซึ่งถือว่าเป็นวันครูอันเกี่ยวข้องกับตำนานเทพเจ้าพระพฤหัสบดี ในปัจจุบันบางครั้งก็นิยมจัดกันในวันอาทิตย์ได้อีก ๑ วัน แต่ไม่ว่าจะจัดวันพฤหัสบดีหรือวันอาทิตย์ จะต้องไม่ตรงกับวันพระเพราะถือว่าครูจะไม่ลงมา และหาซื้อเครื่องสังเวยลำบาก เดือนที่นิยมกระทำพิธีไหว้ครูตามแบบโบราณนั้น นิยมประกอบพิธีในเดือนที่เป็นเลขคู่ ยกเว้นเดือน ๙ เดือนเดียวที่อนุโลม เพราะถือเป็นเคล็ดว่าเป็นเลขที่ดีก้าวหน้า และมักทำกันในวันข้างขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นวันฟู ข้างแรมอันถือว่าเป็นวันจมไม่นิยมประกอบพิธีกัน

พิธีไหว้ครู หมายถึง การสำรวมใจรำลึกถึงพระคุณของบรมครูที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่ศิษย์ และพร้อมใจกันเปล่งเสียงวาจาด้วยความเคารพตามครูผู้กระทำพิธีขณะอ่านโองการ

พิธีครอบครู เป็นพิธีที่นิยมกันมาช้านาน หมายถึง การนำศีรษะครูมาครอบ (เพื่อรับเป็นศิษย์) และครูจะคอยควบคุมรักษา คอยช่วยเหลือให้ศิษย์มีความจำในกระบวนท่ารำ จังหวะดนตรี หากมีสิ่งใดที่ไม่งามจะเกิดขึ้นกับศิษย์ ครูจะช่วยปัดเป่าให้พ้นจากตัวศิษย์ พิธีครอบครูนั้นนับว่าเป็นการทำให้ผู้เรียนมีกำลังใจว่าครูจะคุ้มครองรักษา ครูจะช่วยเหลือแม้จะรำผิดพลาดไปบ้าง จะทำให้ผู้เรียนไม่ตระหนกตกใจจนเกินไป เพราะมีความเชื่อมั่นว่าตัวเองได้ทำพิธีครอบครูแล้ว ครูคงให้อภัยในความผิดพลาด อีกประการหนึ่งพิธีครอบครูนั้น ผู้ศึกษานาฏศิลป์ทุกคนถือว่าเป็นพิธีสำคัญ และจำเป็นสำหรับผู้ศึกษาปฏิบัติท่ารำที่อยู่ในระดับสูง เช่น การรำเพลงหน้าพาทย์ ก่อนจะรำผู้ศึกษาต้องผ่านพิธีครอบครูก่อนจึงจะต่อท่ารำได้

 

 การจัดตั้งหิ้งบูชา

การจัดตั้งหิ้งบูชา.จะต้องหันหน้าไปทางทิศ ๑.เหนือ ๒.ตะวันออกเฉียงเหนือ ๓.ตะวันออก เท่านั้น ที่เหลืออีก 5 ทิศเป็นทิศที่ไม่เป็นมงคล ควรไว้รองจากพระพุทธรูป การจัดตั้งเครื่องสังเวยหน้าหิ้งบูชาควรจัดข้าวน้ำ ผลไม้ให้ครบองค์กร กล้วยสุก มะพร้าวอ่อน ขนุน ขนมถ้วยฟู ต้มแดง ต้มขาว คันหลาว หูช้าง ขนมถั่ว-ขนมงา เครื่องกระยาบวช ทั้ง ๕ คือ ๑.กล้วยบวชชี ๒.ฟักทองแกงบวช ๓.เผืกแกงบวช ๔.มันแกงบวช ๕.ขนมบัวลอย จะทำรวมกันเป็นที่เดียวก็ได้ ถ้าหากมีทุเรียน ทับทิม ฟักเงิน(ฟักทอง) แตงไทย แตงกวา แตงโม สัปปะรด จะเป็นมงคลยิ่ง โดยเฉพาะกล้วยควรใข้กล้วยน้ำไทย หาไม่ได้ก็ไช้ กล้วยน้ำว้า

พิธีเช่นนี้จะขาดไม่ได้คือ บายสีปากชาม ถ้าหากว่าจะทำได้มากกว่านี้ ก็ยิ่งเพิ่มบารมีมากขึ้นอีก เช่น บายสีพรหม บายสีเทพ บายสีตอ เป็นต้นการจัดตั้งหิ้งถ้าหากเจตนาอัญเชิญเทพไม่ควรจะมีของคาว ควรจะจัดเพิ่มให้มีนม เนย เผือก มัน ทั้งดิบ และสุก ถั่วงา ทั้งสุกและดิบ ให้ครบ

ทุกๆ พิธี จะต้องมี น้ำร้อน น้ำชา หมากพลู บุหรี่ น้ำเปล่า ตั้งเอาไว้ประจำไม่ต้องลา ทั้งกล้วย อ้อย มะพร้าวอ่อน ปูอาสนะด้วยผ้าขาวบริสุทธิ์เครื่องใช้ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นอะไรทุกอย่างจะต้องเป็นของใหม่ๆ ทุกอย่าง

ผลไม้ที่เป็นมงคล

๑.ขนุน ๒.ทุเรียน ๓.กล้วยหอม ๔.ทับทิม ๕.ลูกอินทร์ ๖.ลูกจันทร์ ๗.องุ่น ๘.แตงไทย ๙.มะม่วง ๑๐.ลูกเกตุ

๑๑.ลูกตาล ๑๒.ลูกอินทผลัม ๑๓.แอปเปิ้ล ๑๔.ลิ้นจี่ ๑๕.ลำใย ๑๖.สัปปะรด

ผลไม้ที่ห้ามขึ้นหิ้งบูชา

๑.ละมุด ๒.มังคุด ๓.พุทรา ๔.น้อยหน่า ๕.น้อยโหน่ง ๖.มะเฟื่อง ๗.มะไฟ ๘.มะตูม ๙.มะขวิด ๑๐.กระท้อน

๑๑.ลูกพลับ ๑๒.ลูกท้อ ๑๓.ระกำ ๑๔.ลูกจาก ๑๕.รางสาด

คาถาบูชาพ่อแก่

นะโม ตัสสะ พะคะวะโต อะระหะโต
สัมมา สัมพุท ตัสสะ (3 จบ)

อุกาสะ อิมัง อัคคีพาหูบุพผัง  อะหังวันทา อาจาริยัง  สัพพะสัยยัง  วินาสสันติ สิทธิการิยะ
อะปะระปะชา อิมัสมิง ภะวันตุเม  ทุติยัมปิ อิมัง  อัคคีพาหูบุพผัง อะหังวันทา  อาจาริยัง สัพพะสัยยัง

วินาสสันติ สิทธิการิยะ  อะปะระปะชา อิมัสมิง ภะวันตุเม ตะติยัมปิ อิมัง  อัคคีพาหูบุพผัง อะหังวันทา
อาจาริยัง สัพพะสัยยัง  วินาสสันติ สิทธิการิยะ   อะปะระปะชา อิมัสมิง ภะวันตุเม


บทอธิฐานขอพรพระฤาษี
(ใช้ได้กับทุกๆ พระองค์)
โอม ตวะเมวะมาตา จะบิตา ตวะเมวะ  ตวะเมวะพันธุศจะ สะขา ตวะเมวะ  ตวะเมวะวิทะยา ทรวิณัม ตวะเมวะ  ตวะเมวะสรวัม มะมะ เทวะ เทวะ 

    
    




     
 

                                                                                                                  

 

 

 

 
 
 
Copyright © 2001 by  Sartsaksit. com   ®All rights reserved
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร 2543-2544 
www.Sartsaksit.com
 
Contact me : webmaster@sartsaksit.com